Title :: Everlasting
Couple :: Kang X Kyu
Author :: Seikiya
Rate ::
Part :: 5
[1]
“เมื่อวานนายไปไหนมาหืม??? คยูฮยอน” ร่างใหญ่ถามร่างบางที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมกอดของเขา ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่ดังกรรโชก แต่ก็ไม่ใช่อ่อนโยน
คยูฮยอนยันตัวออกมาจากอ้อมกอดอุ่น จ้องมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาไหววะวาบ ก่อนจะซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของคนรักอย่างออดอ้อนอีกครั้ง
ผมไปล้างบาปมาฮะ....
ไปชดเชยบาปที่เราร่วมก่อกันไว้
ไปชดเชยคืนให้เขา....
เขาผู้ที่กำลังร้องไห้เสียใจ
เขาผู้น่าสงสาร
เขาผู้ไม่เคยรับรู้เรื่องราวอะไรเลย
“ไปไหนมาเล่าพี่ฟังบ้างไม่ได้เหรอ??” คังอินเอ่ยตัดพ้อ ที่เจือไปด้วยความน้อยใจ
น้องกำลังมีความลับอะไรกับเขากันนะ
ทำไมถึงไม่บอกเขาบ้าง
ทั้งที่ถ้าเป็นปกติ ก็คงจะพูดเจื้อแจ้วออดอ้อน สาธยายให้ฟังแล้วว่าไปไหนมา ไปเจออะไรมาบ้าง
หรือเป็นเพราะว่าไปกับ ลีซองมิน !!!!!!
เป็นเพราะว่าไปกับเขาใช่มั้ย นายถึงไม่อยากเล่าอะไรให้พี่ฟัง
เป็นเพราะ ลีซองมินใช่มั้ย???
ใช่สิ!!! ก็พวกนายเป็นแฟนกันหนิ
เรื่องของพวกนายจะต้องมาเล่าให้คนนอกอย่างพี่ฟังทำไม ใช่มั้ยคยูฮยอน????
พี่เป็นคนนอกสำหรับนายแล้วใช่มั้ย โจคยูฮยอน!!!!!......
ทำไมนะ??? แค่คิดว่าเป็นเรื่องของพวกนาย พี่ก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมานิดๆแล้วสิ
คำว่าพวกนาย กับคนนอกอย่างพี่ แค่คิดกันก็เจ็บลึกๆอยู่ในอกแล้ว
อย่าทำให้พี่รู้สึกว่าเป็นคนนอกสำหรับนายได้ไหม คยูฮยอน
คยูฮยอนเพียงแต่ส่ายหัวดิกไปมา ผมเส้นสวยปลิวปัดกันจนยุ่ง ริมฝีปากบางเคลื่อนทาบทับปากของคนถามเบาๆ เป็นนัยๆว่าให้หยุดพูดเสียที
ร่างหนาได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก้มมองเด็กขี้อ้อนที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมกอดของเขา
ถามเซ้าซี้ไปก็คงจะไร้ประโยชน์ถ้าเจ้าตัวไม่พูด อีกอย่างแค่เห็นคนในอ้อมกอดกลับมาอย่างปลอดภัย เขาก็พอใจแล้ว
ยิ่งได้สูดกลิ่นหอมๆจากเจ้าของร่างนุ่มนิ่มที่แทบจะไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันแล้ว
เพียงเท่านี้ก็ดูเหมือนสิ่งที่เคลือบแคลงอยู่ในใจจะโดนชะล้างออกไปหมดสิ้น
หรือความจริงแล้วมันแค่จางลงไป เพื่อรอวันที่จะกลับมาเด่นชัดอีกครากันแน่
[2]
“เห็นคยูมั้ย???” เสียงหวานดังเอ่ยถาม พระเอกหนุ่มหน้าหล่อที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดอยู่ด้านหน้าประตูทางออกหลังบ้าน
ฝ่ายถูกถามค่อยๆปล่อยควันนิโคตินสีขาวออกมา ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะชี้ไปทางประตู
“ลองไปดูที่สวนหลังบ้านสิ” คนตัวเล็กยิ้มออกมาเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะรีบเดินออกไปทางสวนหลังบ้านทันที แต่เพียงแค่ก้าวออกมาได้ไม่กี่ก้าวเท่านั้น ร่างเล็กก็ต้องหยุดชะงัก เสียงนุ่มคุ้นหูลอยแว่วเข้าสู่โสตประสาท เจ้าของเสียงเป็นใครนั้นลีซองมินรู้ดี ไม่ต้องเห็นหน้าก็จำได้ แต่ว่าเจ้าของเสียงนุ่มนั้นกำลังคุยอยู่กับใครนั้น ลีซองมินก็ไม่อาจจะรู้ได้
ใครกัน? ที่จะสามารถทำให้คยูฮยอนหัวเราะชอบอกชอบใจเสียขนาดนั้น แล้วคำตอบก็เฉลยออกมาเมื่อ ซองมินขยับตัวเดินไปข้างเพียงหนึ่งก้าว ภาพที่ปรากฏอยู่ข้างหน้านั้นแทบทำให้อยากคิดว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพียงฝันร้าย เสียงตะโกนปลุกตัวเองดังกึกก้องอยู่ในใจ
ชายสองคนที่โอบกอดอิงแอบแนบอิงกันอย่างใกล้ชิด
ชายสองคนที่กำลังพร่ำบอกรักกันอย่างหน้าไม่อาย
ชายสองคนที่กำลังฉีกทึ้งหัวใจของเขาให้แหลกออกไปเป็นชิ้นๆ
หัวใจของลีซองมินที่บัดนี้ มันสลายย่อยยับไปหมดแล้ว
ทั้งที่คิดว่าคยูฮยอนเริ่มมีใจให้เขาบ้างแล้ว
แต่สุดท้ายก็ยังคงเป็นความฝันเพ้อที่คิดไปเองฝ่ายเดียวอีกแล้ว
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นตอกย้ำความจริงได้อย่างเจ็บปวด
ความจริงที่ว่า คยูฮยอนไม่เคยหยุดรักคังอินเลย
ความจริง ที่คยูฮยอนไม่เคยมีลีซองมินอยู่ในสายตา…..
ลีซองมินยืนจ้องมองดูภาพคู่รักที่อยู่ข้างหน้าไม่ขยับ ขาของเขาตอนนี้มันไร้เรี่ยวแรง ทั้งที่อยากจะเมินหน้าหนีแต่ดูเหมือนร่างกายจะไม่ฟังคำสั่งเอาเสียเลย ดวงตากลมยังคงจ้องเป๋งไปยังภาพที่อยู่เบื้องหน้า
เห็นหรือยัง ดูซะให้เต็มนะลีซองมิน
ดูไว้ แล้วก็จำให้ขึ้นใจเสียที
คนที่คยูฮยอนรัก คือ ยองอุน
หัวใจของคยูฮยอนเป็นของ ยองอุน
‘คิม ยองอุน’ คนเดียวเท่านั้น
ซองมินค่อยๆหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างช้าๆ ขอบตาร้อนผ่าว ดวงตาพล่ามัว เริ่มมองไม่เห็นทาง
“ทำไมต้องทำท่าทางเหมือนช็อกแบบนั้นด้วยล่ะ ก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ” ร่างบางสะดุ้งโหยง ไม่คิดว่าคิบอมจะยังยืนอยู่ตรงนี้ แต่นอกเหนือความแปลกใจ คือคำพูดเสียดแทงที่อีกฝ่ายพูดใส่ ดวงตากลมตวัดขึ้นมองเจ้าของคำถามอย่างเกรี้ยวกราด
มันน่าเจ็บใจที่สุด!!!!!!!
ทั้งที่พยายามหลีกเลี่ยง ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นมาตลอดเลยแท้ๆ
แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเขาเองที่วิ่งเข้าไปหาความจริง
ตอนนี้ถูกจับได้แล้ว มีคนรู้แล้ว รู้ว่าเขาแกล้งทำเป็นโง่
รู้ว่าเขาแกล้งทำเป็นคนตาบอด รู้ว่าเขาแกล้งทำเป็นคนหูหนวก
แกล้งทำเป็นไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น ไม่เคยรับฟังเรื่องราวใดๆทั้งสิ้น
ความลับทั้งหมดนี้มีคนรู้แล้ว.......
“....ใจร้าย...” ซองมินงยหน้าขึ้นมองคิบอม ดวงตาหวานรื้อไปด้วยน้ำตา ที่เตรียมจะรินไหล
คิบอมเลิกคิ้วขึ้นสูง สงสัย เขาได้ยินที่ซองมินพูดไม่ชัดเจนนัก เพราะเสียงของอีกฝ่ายนั้นเบาหวิวเสียงเหลือเกิน
“พี่ว่าผมร้ายงั้นเหรอ???” คิบอมหัวเราะขื่น
“ถ้างั้นแบบพี่จะเรียกว่าอะไรล่ะ??? เลว!!!!...หรือเปล่า???....”
น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากดวงตากลมโตเป็นทาง นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าคิมคิบอมจะกลายเป็นคนแบบนี้ พูดจาร้ายกาจ
“ถึงฉันจะเลวที่ฉวยโอกาสหลอกใช้ความอ่อนโยนของคยูฮยอน แต่มันก็เป็นเรื่องของฉันไม่ใช่เหรอ??” ซองมินเสียงแข็ง
“สักวัน ที่คยูฮยอนรู้เรื่องทั้งหมด เขาจะเกลียดพี่ แล้วเขาจะไม่มีวันรักพี่เหมือน........” คนตัวสูงหยุดคำพูดไว้เพียงแค่นั้น ไม่ยอมพูดต่อ
“เหมือนอะไร.....” ซองมินตวาดถามต่อ แต่คิบอมไม่ตอบ
ร่างสูงหันหลัง จะเดินหนีกลับเข้าไปในห้องโถงกลาง
เหมือนที่ผมรักพี่ไง
ลีซองมิน ผมรักคุณนะ
ผมรักคุณ
รักมาก...........
รักคุณมาก ซะจนทำอะไรไม่ถูก
รู้มั้ยว่าทำไม....... ผมถึงทำสายตาเฉยชายามที่คุณอยู่ใกล้คยูฮยอน
รู้มั้ยว่าทำไม....... ผมถึงเบือนหนาหนีไม่สนใจยามที่คุณเอาใจคยูฮยอน
เพราะผมอิจฉา!!!!!!......
อิจฉาคยูฮยอน......
พร้อมๆกับสมเพชตัวเองไปพร้อมๆกัน
ผมเคยถามตัวเองเป็นร้อยครั้ง ว่าทำไมผมถึงรักคุณ
ทำไมนะ????
เพราะคุณน่ารักอย่างนั้นเหรอ???
เพราะคุณน่าทะนุถนอมอย่างนั้นเหรอ???
เพราะคุณขี้อ้อนอย่างนั้นเหรอ???
มันไม่ใช่!!!!!!
มันไม่ใช่แค่นั้น แต่มันมากกว่า...
มากกว่านั้น ที่ทำให้ผมรักคุณ
“เหมือนอะไรเล่าพูดมาเซ่!!!!!!! นายพูดมาเดี๋ยวนี้นะคิมคิบอม นายอย่าเดินหนีแบบนี้นะ” ซองมินรีบเดินเข้าไปคว้าแขนคิบอมเอาไว้ ไม่ยอมให้เดินหนี ยิ่งเห็นสายตาเศร้าๆที่อีกฝ่ายมองมายิ่งไม่เข้าใจ ยิ่งขัดใจ
ต้องเป็นเค้าไม่ใช่เหรอ? ที่ต้องเสียใจ
ลีซองมินไม่ใช่เหรอ?ที่ต้องเศร้าใจ
ทำไมนายต้องมองมาแบบนั้น ฉันไม่เข้าใจ
ทำไมฉันถึงไม่เคยเข้าใจนายสักครั้งนะ คิมคิบอม
บางครั้งก็มองฉันด้วยสายตาเย็นชา บางครั้งก็อ่อนโยน
บางครั้งทำเหมือนไม่ใส่ใจ แต่บางครั้งก็ดูเอาอกเอาใจ
มันอะไรของนายกันนะ
ฉันไม่เห็นจะเข้าใจ ฉันไม่เคยเข้านายจริงๆ คิมคิบอม.....
ซองมินบีบแขนอีกฝ่ายแน่น คาดคั้นเอาคำตอบ จนคิบอมอ่อนใจ
ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายคุณ จริงๆนะซองมิน
ผมไม่เคยคิดจะทำให้คุณเสียใจ
ผมไม่อยากเห็นคุณร้องไห้ ไม่อยากเห็นคุณอ่อนแอ
แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ผมเห็นความอ่อนแอของคุณคือโอกาส
เผื่อว่าคุณจะตัดใจแล้วหันมามองผมบ้าง
เพื่อที่จะได้ให้ผมมีโอกาสบ้าง
โอกาส ที่ผมรู้ดีว่ามันมีอยู่เพียงน้อยนิด.....
เพราะงั้นผมจึงจะขอเดิมพัน..............
...................................
..........................
...............
ผมขอเดิมพันโอกาสครั้งนี้ ด้วยหัวใจ ด้วยความรักทั้งหมดที่ผมมีให้คุณ ลีซองมิน......................
“เหมือนที่ผมรักคุณน่ะซิ ลีซองมิน................” ดูเหมือนแรงที่บีบแขนเขาไว้ดูจะผ่อนลง ซองมินปล่อยมืออกจากแขนของคิบอม เดินถอยหลังห่างออกจากคิบอมไปเรื่อยๆ ดวงตาหวานบัดนี้ฉายไปด้วยความสับสน
“ฉะ.....ฉันไม่เข้าใจ...................... ฉันไม่เข้าใจว่านายกำลังพูดระ.......เรื่องอะไร นะ......นายกำลังคิดคิดเล่นอะไรกันแน่” ซองมินพูดตะกุกตะกัก แล้วร้องไห้โฮออกมาอย่างหนัก เขาไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทั้งหมดมันเรื่องอะไร ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้กำลังคิดอะไร กำลังเล่นอะไร กับชีวิตของเขาอีกกันแน่ ทำให้เขาเจ็บปวด แล้วอยู่ๆก็บอกรัก ไม่เห็นเข้าใจสักนิด
เสียงทะเลาะกันบวกกับเสียงร้องไห้ของลีซองมิน ทำให้เหล่าเมมเบอร์ที่อยู่บริเวณห้องโถงกลางวิ่งเข้ามาดู
“มันเกิดอะไรขึ้นคิบอม???.....” ฮันคยองที่เข้ามาถึงก่อนคนแรกหันไปถามคิบอม ขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังซองมินที่กำลังร้องไห้
คนหน้าหล่อไม่ตอบ แต่เดินหนีออกไปเฉยๆ ส่วนคู่กรณีอีกคนก็เอาแต่ร้องไห้ฮึกฮักราวกับจะตาย
“เดี๋ยวคิบอม นายอย่าเพิ่งหนีซิ มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน..” ฮันคยองกำลังจะเดินตามคิบอมออกไป แต่ซองมินก็ดึงชายเสื้อของเขาเอาไว้ หัวทุยสวยส่ายไปมา เป็นความหมายนัยๆว่าไม่ต้องตามคิบอมออกไป
ฮันคยองมองหน้าน้องอย่างชั่งใจก่อนจะดึงซองมินเข้ามากอด ลูบหัวไปมาอย่างปลอบประโลม ความอ่อนโยนที่ได้รับยิ่งทำให้ซองมินร้องไห้หนักเข้าไปอีก ฮันคยองหันมองหน้าเหล่าเมมเบอร์ที่อยู่แถวนั้นทั้งหมด ถ้าไม่นับคนที่เพิ่งจะเดินหนีออกไป กับฮีชอลที่ออกไปทำงานแล้วนั้น ก็มีเพียง ทงแฮ ลีทึก คยูฮยอน และคังอิน ที่หายไป
พวกนั้นหายไปไหนกัน??? แต่สิ่งที่ดึงความสนใจได้มากกว่านั้นคือ ซองมินและคิบอมทะเลาะอะไรกัน
อย่างคิบอมนั่นหรือที่จะทำให้ซองมินร้องไห้??? ไม่น่าเชื่อ
เขาเองก็ค่อนข้างสนิทกับน้องชายหน้าหล่อคนนั้น
ทำไมจะไม่รู้ว่าน้องชายของเขารู้สึกอย่างไรกับซองมิน
และนั่นมันยิ่งทำให้เขาไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรกันแน่ระหว่างสองคนนี้
[3]
ทันทีที่คนหน้าหล่อก้าวพ้นออกมาจากประตู ไม่ไกลจากตรงที่เขาเดินหนีมาไม่เท่าไหร่ เสียงกวนๆก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะร่วน
“ดูเหมือนฉันจะได้ยินอะไรดีๆเข้าล่ะ” คิบอมหันควับ ส่งสายตาไม่เป็นมิตรกลับไปทันที
“เป็นไงบ้าง บอกรักเขาไปแล้ว รู้สึกดีมั้ย” คนพูดยังคงพูดต่ออย่างสนุก โดยไม่สะทกสะท้านต่อสายตาขุ่นเคืองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของอีกฝ่าย
“นายจะถอยแล้วเหรอ? ยังไม่ได้ฟังคำตอบจากซองมินเลยนะ” คนฟังชะงักกึก แล้วเมินหน้าหนี
“ยุ่ง... มันไม่เกี่ยวกับนายซะหน่อย” เสียงทุ้มตอบพร้อมกับหันหลังเดินหนี
“ปากร้ายจริงๆเลยนะ ฉันอุตส่าห์คอยเชียร์นายแท้ๆ ถ้าไม่เพราะฉัน โง่ๆอย่างนายจะรู้เรื่องทั้งหมดหรือไง ชิส์... ไม่เห็นบุญคุณกันบ้างหรือไงห๊ะ” คนตัวเล็กไม่ลดละที่จะคุยกับคิบอม เดินตามมาติดๆ
เดินออกมาตั้งไกลแต่อีกคนก็ยังคงพูดนู่นพูดนี่เจื้อยแจ้วไม่ยอมหยุด ส่วนคนที่ตอนแรกพยายามเดินหนีก็เริ่มเดินช้าลง ความเครียดที่รุมเร้าเข้ามาในตอนแรกเริ่มผ่อนคลาย แต่ความเจ็บปวดในใจยังคงไม่เจือจาง
คิบอมสะดุ้งเมื่อมืออุ่นๆของอีกฝ่ายจับจูงเขาไว้ แล้วเดินนำเขาไป
“จะไปไหนทงแฮ....” คนถูกถามไม่ตอบเพียงหันมายิ้มให้อย่างอบอุ่นก่อนจะเดินนำทางต่อไป โดยมือยังคงจับมือของอีกฝ่ายไว้ไม่ปล่อย
สายใยบางๆ แห่งมิตรภาพ ส่งผ่านมาทางความอบุอ่นของมือนุ่ม คิบอมมองไปยังแผ่นหลังของเพื่อน เพื่อนที่มักชวนเขาทะเลาะเสมอ แต่เพื่อนคนนี้ก็คอยเอาใจใส่ และอยู่เคียงข้างเขาเสมอเช่นกัน
...........ขอบคุณมากนะลีทงแฮ..............
ยิ่งเดินยิ่งรู้สึกว่าไกลออกไปเรื่อยๆ จนคนเดินตามหยุดเดิน ขืนตัวเองเอาไว้ไม่ให้ถูกลากไปตามแรงคนที่เดินนำอยู่ข้างหน้า
“จะไปไหน” คิบอมถามอีกครั้ง เมื่อทงแฮหันมามอง
“ตามๆมาเถอะน่า.... เดี๋ยวก็จะถึงแล้ว......” แล้วทงแฮก็ออกแรงลากให้คนตัวสูงเดินตามอีกครั้ง
เดินลึกไปตามซอกตึกสูงตระหง่าน ลัดเลาะผ่านไปอีกสองสามตึกไปเรื่อยๆ แล้วเบื้องหน้าก็ปรากฏร้านเหล้าเล็กๆ ทงแฮ หันมายิ้มให้คิบอม ปล่อยมือออกจากมือของอีกฝ่ายแล้วเดินนำเข้าไปในร้าน คิบอมค่อยๆเดินตามเข้าไปทีหลัง เขามองไปรอบๆร้านอย่างสำรวจ
‘คงจะเปิดมานานแล้ว...’ ชายหนุ่มที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรกนึก หลังจากสำรวจจนทั่วแล้ว
“ทางนี้ คิบอม” ทงแฮโบกมือเรียก จากทางด้านในสุดของร้าน โต๊ะเล็กๆสีเข้ม กับโซฟากำมะหยีสีหม่น ทำให้ร้านดูมีมนต์ขลังอย่างไรบอกไม่ถูก แต่มันก็ทำให้เขาเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย เสียงเพลงที่ถูกเปิดคลอเบาๆ คนในร้านนี้ก็น้อย ไม่ผลุกพ่านเหมือนถนนที่พวกเขาเดินผ่านมา กลิ่นบุหรี่ก็ไม่มี มีเพียงกลิ่นแอลกอฮอล์หวานๆ ลอยอบอวนไปทั่ว คิบอมมองไปรอบๆอีกครั้งก่อนที่สายตาจะมาหยุด ที่เพื่อนหน้าหวานที่พาเขามา ทงแฮดูเหมือนจะคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี และคงจะรวมถึงผู้ชายสูงวัยที่กำลังคุยอยู่ด้วย
ทงแฮคุยกับชายคนนั้นอีกสองสามคำก่อนหันกลับมา เมื่อเห็นว่าถูกจ้องอยู่ จึงเลิกคิ้วขึ้นสูงถามอย่างกวนๆ
“ทำไม?? อยากกินอะไรก็สั่งเอาสิ ทำเหมือนไม่เคยเข้าร้านเหล้า” คิบอมฟังคนพูดนิ่ง ตาคมจ้องเขม็งไปยังคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม แล้วคนพูดก็ต้องถอนหายใจหนักๆ ลุกขึ้นเดินไปยังเคาท์เตอร์ พูดสั่งอะไรบางอย่างกับบาร์เทนเดอร์ ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สองแก้ว
กึก!! เสียงแก้วกระทบกับโต๊ะไม้ พระเอกหนุ่ม เอ่ยขอบคุณเพื่อนเบาๆ แล้วหยิบแก้วขึ้นมาจิบ
“นายเป็นผู้หญิงหรือไง ที่จะต้องให้ฉันคอยบริการน่ะ” ทงแฮที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆบ่น แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่เล่นด้วย จึงหยุดพูด ไม่แกล้งต่อ
เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ แก้วเริ่มถูกวางเรียงรายเต็มโต๊ะ ทงแฮมองเพื่อนตัวเองอย่างเป็นห่วง ก่อนจะร้องห้ามไม่ให้ดื่มเพิ่มอีก
“อะไร นายพาฉันมาที่นี่เพื่อให้ฉันดื่มไม่ใช่เหรอ? ทงแฮ” คิบอมที่เริ่มออกอาการเมา โวยวาย เมื่อถูกห้าม
“ก็ใช่ แต่นายเอาแต่ดื่มไม่พูดอะไรออกมาเลย แล้วแบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไรเล่า” คนพูดพูดพร้อมกับพยายามเยื้อแย่งแก้วเหล้าจากคนปากหนัก ที่เอาแต่ดื่มไม่ยอมพูดอะไร
“นายอยากจะฟังอะไรล่ะ นายก็น่าจะได้ยินหมดแล้วไม่ใช่หรือไง” พูดจบก็เทเหล้าเข้าปากจนเกลี้ยง แล้วหันไปสั่งเพิ่มมาอีก
“มันก็ใช่ แล้วนายไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ อย่างน้อยๆก็น่าจะรู้สึกสบายใจ หรือโล่งใจบางสิ ก็นายบอกสิ่งที่นายอยากพูดกับเขาไปแล้วนี่ ซองมินเองเขาก็ยังไม่ได้ปฏิเสธนายสักหน่อย” ทงแฮถาม พร้อมกับพยายามส่งสัญญาณกับเจ้าของร้านว่าไม่ต้องเอาเหล้ามาเสิรฟ์อีกแล้ว
“ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันถึงไม่สบายใจ ทำไมมันถึงไม่โล่งใจ แต่กลับกันมันยิ่งเจ็บปวด หัวใจเหมือนถูกบีบอัดจนเล็ก ลมหายใจก็ดูเหมือนจะขาดหาย รู้สึกเหมือนมันเป็นคำพูดที่ไม่สมควรพูดออกไป ฉันทำให้เขาเสียใจ ฉันทำให้เขาร้องไห้ ฉันควรจะทำยังไงดีนะทงแฮ.... ฉันควรทำยังไงดี ฉันไม่ได้อยากให้เขาเสียใจ ฉันไม่ได้อยากเห็นน้ำตาของเขา แล้วฉันจะทำยังงัยดีทงแฮ...” เด็กหนุ่มซบหน้าตัวเองลงกับฝ่ามือ น้ำเสียงเริ่มขาดห้วง คล้ายๆกับว่ากำลังร้องไห้
“ฉันควรทำยังไงดี..... ฉันจะทำยังไง.......... ทงแฮนายช่วยฉันคิดหน่อย....... ฉันจะทำยังไงดี.... ” ทงแฮมองเพื่อนที่ก้มหน้าร้องไห้อย่างนึกสงสาร ถ้าไม่เมาคงไม่มีทางเป็นแบบนี้ คิมคิบอมมักจะเก็บอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ ไม่ยอมแสดงออกให้ใครเห็น เขาเลยต้องพึ่งฤทธิ์แอลกอฮอล์ช่วยให้เพื่อนได้ระบาย ขอโทษทีว่ะคิบอม......
tbc...
++++++++++++++++++
ขอลงแค่นี้นะเจ้าค่ะ สำหรับพาร์ทนี้ แล้วก็ขอกำลังใจจากคนที่แวะเข้ามาอ่านมากๆนะคะ
ถ้าขาดกำลังใจคนแต่งก็ไม่สามารถเขียนฟิคต่อไปได้ เราไม่อยากจะคิดว่าฟิคของเรารั่วไปไหนโดยที่ไม่มีการขออนุญาติ
แต่เพราะเรื่องที่เราเอาฟิคเรื่องนี้ไปลงบอร์ดพี่สาวแล้ว แล้วได้รับการท้วงติงว่าอ่านแล้ว มันทำให้เรารู้สึกเสียใจอย่างมาก ถึงที่สุดที่เราจะรู้สึกได้
มันเหมือนกับว่า เราไปเอาฟิคคนอื่นมาเป็นความดีความชอบให้ตัวเอง เหมือนเราไม่มปัญญาแต่งฟิคเอง... เสียใจค่ะ
เมื่อก่อนเราเคยคิดว่าเราแต่งฟิคเรื่องนี้ให้เพื่อนๆที่สนิทอ่าน เลยไม่เคยคิดมากเรื่องคอมเมนท์
แต่ว่าเราว่าตอนนี้ถึงเวลาที่เราควรจะเริ่มใส่ใจกับมันแล้วใช่มั้ย??
เพื่อไม่ให้ตัวเราเองต้องมากนั่งเสียใจอีก เมื่อมีคนพูดว่า "เหมือนเคยอ่านแล้วจากไหนสักที่"
ขอบคุน PooJae มากๆนะคะ ที่คอยคอมเมนท์ให้กำลังใจตลอดแล้วก็ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ต้องเสียเวลารอฟิคห่วยๆเรื่องนี้ ต่อจากนี้ไปอาจจะไม่ต้องรออีกแล้วก็ได้ ^^
ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาพาร์ทต่อไปค่ะ แต่สัญญาว่าจะพยายามแต่งให้จบ ถึงแม้จะต้องเสียใจเวลาที่มีคนเข้ามาอ่านแล้วไม่เมนท์ก็ตาม
Enjoy ทุกคนเจ้าค่ะ
edit @ 22 Mar 2008 09:55:19 by PangZ~